โดยรอบของพระมหาธาตุเจดีย์มีทางเดินหรือเรียกว่าระเบียงราย เป็นทางเดินล้อมรอบองค์เจดีย์ทั้ง 4 ด้าน และมีพระพุทธรูปต่างๆ ประดิษฐานอยู่จำนวนมากตั้งอยู่ตามแนวทางเดินให้กราบไหว้บูชา ซึ่งทางเดินนี้จะเป็นทางที่เชื่อมต่อไปยังองค์เจดีย์ได้เลย ระหว่างที่เราเดินอยู่นั้นก็สามารถชื่นชมความงดงามของฝีมือช่างไทยที่สร้างลวดลายไว้วิจิตรบรรจง รวมทั้งชมทัศนียภาพโดยรอบได้เช่นกัน อ่านเพิ่มเติม
วัดสวนป่าเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดกระบี่ หลวงพ่อผาด อติพโล เทศนาธรรมเพื่อรักษาธรรมชาติ
หลวงพ่อผาด อติพโล ใช้การเทศนานำหลักธรรมคำสอนมาใช้ในการปรับเปลี่ยนแนวคิดและสร้างจิตสำนึกให้ชุมชนในการดูแลรักษาป่า เปลี่ยนป่าช้าเสื่อมโทรมให้กลายเป็นสวนป่าร่มรื่น จัดศาสนสถานให้เป็นศูนย์เรียนรู้เรื่องพันธุ์ไม้เพื่อให้เยาวชนได้ศึกษาธรรมชาติ ขยายแนวคิดและพื้นที่สีเขียวไปยังวัด ชุมชน และโรงเรียนใกล้เคียง หลวงพ่อผาด อติพโล เป็นคนบ้านนา จ.กระบี่ ชื่อเดิม นายผาด ทองผึ้ง ตอนเด็ก ย้ายตามแม่ไปอยู่ที่พังงา จนเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่โรงเรียนท่าช้าง อ.เมือง จ.พังงา เมื่ออายุครบ 17 ปี ก็บวชเป็นสามเณรที่วัดราษฎร์อุปถัมภ์ แล้วบวชพระเมื่ออายุ 21 ปี ที่วัดมงคลนิมิตร จ.ภูเก็ต ขึ้นไปจำพรรษาอยู่บนเขารังเป็นเวลา 6 ปี จนเรียนจบนักธรรมชั้นเอก อ่านเพิ่มเติม
ครูหนังตะลุงแห่งเมืองกระบี่ หนังเคล้าน้อย โรจนเมธากุล
หนังเคล้าน้อย โรจนเมธากุล ศิลปินหนังตะลุงผู้เติบโตมาจากครอบครัวศิลปิน บ้านนา ตำบลการะเกด อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช มีผลงานการแสดงหนังตะลุงเป็นที่ประทับใจของบรรดา"คอหนังตะลุง" มากที่สุดคณะหนึ่ง โดยเฉพาะช่วงปี พ.ศ.2509 - 2520 มีชื่อเสียงโด่งดัง มากที่สุด มี"ขันหมาก" ติดต่อกันถึงเดือนละ 20 - 30 คืน หนังเคล้าน้อย เป็น "หัวโจด" ศิลปินหนังตะลุง แห่งลุ่มน้ำปากพนัง เชื้อสายหนังสีชุม "ศิลปินหนังตะลุงเรื่องรามเกียรติ์" เมื่อ หลายทศวรรษที่ผ่านมา อ่านเพิ่มเติม
มโนราห์ หนูแขม ประดิษฐ์ศิลป์
เอกลักษณ์ของชาวใต้ที่น่าภาคภูมิใจอย่างหนึ่งนั้นคือ โนราห์ หรือ มโนราห์ เป็นศิลปะพื้นบ้านภาคใต้ที่มีการร้องและรำชั้นสูง มีท่ารำที่อ่อนช้อย สวยงาม บทร้องเป็นบทกลอนสดที่มีความหมายโดยผู้ขับร้องจะใช้ปฏิภาณไหวพริบ และความสามารถพิเศษเฉพาะตัว มีการแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ และมีเครื่องดนตรี ประกอบด้วย กลอง ทับคู่ ฉิ่ง โหม่ง ปี่ชวา และกรับ ส่วนประวัติความเป็นมาของมโนราห์ นักโบราณคดีไทยคาดการณ์กันว่าการร่ายรำประเภทนี้ ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะการแสดงประเทศอินเดียโบรารณ เกิดขึ้นก่อนสมัยศรีวิชัย และเชื่อกันว่า มโนราห์ เกิดขึ้นครั้งแรก ณ หัวเมืองพัทลุง ก่อนที่จะแผ่ขยายไปยังหัวเมืองต่างๆของภาคใต้ อ่านเพิ่มเติม
เมืองกาไส ปกาสัยในปัจจุบัน
ตามประวัติกล่าวว่าเมืองกระบี่แต่เดิมเรียกว่า “เมืองกาไส” หรือ “ปกาไส” เป็นแขวงเมืองขึ้นตรงต่อเมืองนครศรีธรรมราช แขวงเมืองกาไสเกิดเป็นชุมชนขึ้นโดยเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช โดยพระปลัดเมืองมาตั้งเพนียดจับช้างเพื่อส่งไปนครศรีธรรมราช กระบี่สมัยนั้นยังเป็นป่าทึบอุดมด้วยสัตว์ป่านาๆพันธ์ การตั้งเพนียดจับช้างนี้ประมาณการว่าคงเป็นปลายรัชกาลที่ 2 แห่ง กรุงรัตนโกสินธุ์ตรงกับสมัยเจ้าพระยานคร(น้อย) เป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นผู้มีชื่อเสียงมากในการต่อเรือขนาดใหญ่เพื่อส่งช้างไปขายถึงต่างประเทศ โดยใช้ท่าเรือที่ปรากฏร่องรอยคือสะพานช้างปากคลองปกาไส เส้นทางนี้รู้จักในนาม “เส้นทางเจ้าพระยานครค้าช้าง” อ่านเพิ่มเติม
ศาลเจ้าเฉ้งจุ้ยจ้อซู้ก๋ง
พระเฉ้งจุ้ยจ้อซู้ก๋ง เดิมชื่อ ผูชวี (ตัน ผ่อ เจ่ว) เป็นคนตระกูล ( 陈 ) แซ่เฉิน( แซ่ตัน ) ท่านถือกำเนิดที่เชิงเขากู่ซาน หมู่บ้านเสี่ยวก้อ ตำบลหยงชุน คืออำเภอหยงชุน จังหวัดเฉวียนโจว มณฑลฝูเจี้ยน เมื่อวันที่ ๖ ค่ำ เดือน ๑ ตามปฏิทินจีน แต่ปี พ.ศ. กำเนิดต่างมีความคิดเห็นแตกต่างกัน คือ พ.ศ. ๑๕๕๔ - พ.ศ.๑๕๘๗ และ พ.ศ. ๑๕๙๐ แต่ในที่นี้ใช้ พ.ศ. ๑๕๘๗ เป็นหลัก อ่านเพิ่มเติม
ชีวประวัติ "สุนทรภู่"
สุนทรภู่ กวีสำคัญสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เกิดวันจันทร์ เดือน 8 ขึ้น 1 ค่ำ ปีมะเมียจุลศักราช 1148 เวลา 2 โมงเช้า หรือตรงกับวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2329 เวลา 08.00 น. นั่นเอง ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุรัตนโกสินทร์ ณ บริเวณด้านเหนือของพระราชวังหลัง (บริเวณสถานีรถไฟบางกอกน้อยปัจจุบัน) อ่านเพิ่มเติม
บ้านเก่า ลันตาน้อย
เจ้าของที่ดั้งเดิมเป็นชาวจีนชื่อนายอันกับนางเซี๊ยะ มาจากสลังงอ ประเทศมาเลเซีย มีลูกสาวชื่อ นางกิมจู ต่อมา นายอันกลับเมืองจีน ก่อนไปพาลูกสาวไปฝากไว้กับญาติที่สตูล หลังจากนั้น นายอันฝากญาติมารับกลับเมืองจีน แต่นางกิมจูไม่ไป แต่งงานกับนายโบยง(ฮ่อย่อง) ทุ่งใหญ่ ไปอยู่ที่ลันตาน้อย (แต้เหล็ง) มีญาติพี่น้องชาวจีนตามไปอยู่ด้วย นางกิมจูมีลูกสาวสามคน มีลูกชายคนเดียว เมื่อนายโบยองเสียชีวิต ขณะนั้นโจรผู้ร้ายมาก นางกิมจูส่งลูกสาวคนหนึ่งไปอยู่ปีนัง ญาติพี่น้องแยกย้ายไปอยู่ที่อื่น ส่วนลูกที่เหลือพามาอยู่ เกาะลันตาใหญ่ นางกิมจูแต่งงานกับสามีคนที่สองซื่อต้าว มีลูกสาวคนหนึ่ง แต่งงานกับชาวจีนซึ่งมาค้าขายที่เกาะลันตา ต้นตระกูลโกวิทวัฒนา ลูกสาวที่ไปอยู่ปีนังกลับมาแต่งงานกับชาวจีน ชื่อนายเทียนไล้ แซ่โกย (กิจค้า) ไปสร้างบ้านอยู่ที่เกาะลันตาน้อย (แต้เหล็ง) มีลูกสาว ๖ คน ลูกชาย ๑ คน เป็นลูกบุญธรรมเป็นผู้ชาย อีก ๑ คน ลูกสาวคนโตและคนที่ ๓ แต่งงานกับชาวจีนปีนัง ที่แล่นเรือใบ ๓ เสา มาค้าขายที่เกาะลันตา คนที่ ๒ แต่งกับ ตระกูลอุกฤษณ์ คนที่ ๔ แต่งกับคนสิเกา คนที่ ๕ แต่งกับข้าราชการป่าไม้ ตระกูลเสรีรักษ์ ที่เคยมารับราชการบนเกาะลันตา คนที่ ๖ แต่งกับตระกูลไหวพริบ ลูกชายคนเล็กแต่งกับชาวกันตัง นายเทียนไล้ และนางกิมสี้ ทำธุรกิจเผาถ่านไม้โกงกางส่งออกไปขาย ปีนังและสิงคโปร์ติดต่อค้าขายกับปีนัง อ่านเพิ่มเติม